เข้ามาดูกัน

..ยินดีต้อนรับทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม Blogger ของผมนะครับ

ค้นหาบล็อกนี้

เพื่อการค้นหา

Powered By Blogger

25 กันยายน, 2552

ลาก่อนเพื่อน..

....มีพบก็ต้อง มีจากกันไป..การสูญเสียอะไรไปสักอย่างมันเป็นสิ่งที่ทุกๆคนไม่ต้องการ...การสูญเสียแค่ชั่วครั้งชั่วคราวนั้นไม่น่าจะเป็นไรไป..แต่การที่เราเสียอะไรไปแบบว่าไม่มีวันกลับมามันรู้สึกเสียใจจนบอกแทบไม่ถูก...ผมเสียเพื่อนไปพร้อมกันทั้ง 2 คนในวันและเวลาเดี่ยวกันเมื่อได้รู้ข่าวจากพี่ๆทางบ้านว่า..เขาไปจากพวกเราแล้วแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินมา..เพราะ งง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก..จนทำไรอะไรไม่ถูก.สับสนตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือล้อเล่นกันเลยถามเพื่อให้แน่ใจ.คืนนั้นทั้งคืนผมนอนไม่หลับเลย ไม่ใช่ว่ากลัวนะแต่เสียใจที่เพื่อนดีๆไม่น่าจากเราไปเร็วเลย เมื่อคิดถึงวันเวลาที่ไปไหนไปด้วกันเที่นวด้วยกันเล่นด้วยกัน น้ำตาแทบไหล ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่ไกล้ชิดเรา แด่เพื่อนผู้จากไปทั้งสองคน "เพื่อนหนึ่ง "เพื่อนบุญโลม นายทั้งสองยังจะเป็นเพื่อนเราตลอดไป เพื่อนอยู่ในใจเสมอหลับให้สบายนะเพื่อน ชาติหน้ามีจริงเรมาเป็นเพื่อนกันอีก..ลาก่อนเพื่อนรักทั้งสอง

แม้วันนี้ เพื่อนที่รัก จำต้องจาก
เราต้องพราก ห่างกันไกล ใจสูญเสีย
คิดถึงเพื่อน ที่เคยเดิน ร่วมเรียงเคียง
สิ้นสุดเสียง เพื่อนลาลับ ดับกายใจ
หากวิญญาณ ของเพื่อน ยังคงอยู่
อยากให้เพื่อน รับรู้ ถึงความหมาย
เรายังคง เป็นเพื่อนกัน จนวันตาย
อยากให้เพื่อน หลับสบาย ในนิทรา
แด่เพื่อน ที่เคยร่วม ทุกข์โศกสันต์
ภาพวันนั้น ยังจดจำ มิเลือนหาย
แม้คืนนี้ ชีวิตเพื่อน ต้องวางวาย
ความอาลัย คงไม่อาจ ทวงเจ้าคืน
ขอให้เพื่อน จากไป อย่างสงบ
ขอให้เพื่อน ได้พบ สิ่งที่ฝัน
ขอให้เพื่อน รอวัน ที่พบกัน
มินานวัน เพื่อนของเจ้า จะตามไป
สิ่งสุดท้าย เหลือเพียง ความอาวรณ์
ฝากบทกลอน พร้อมน้ำตา ความสูญเสีย
ความโศกสันต์ ทำจิต คิดอ่อนเพลีย
สุดท้ายเพียง เสียงสวดมนต์ ส่งวิญญาณ.
ขอบคุณที่มา http://cid-6950b7bf40de87dc.spaces.live.com/blog/cns!6950B7BF40DE87DC!1933.trak

16 กันยายน, 2552

ช่วยลดโลกร้อน...^o^





ปลูกต้นไม้ที่ตึกนิเทศช่วยลดโลกร้อน..ไม่ไหวนับวันต้นไม้ถูกตัดเพิ่มขึ้นทุกวันทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆเดี๋ยวร้อนฝนตก..น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายเพิ่มขึ้นทุกวัน**กลัวว่าสักวันหนึ่งน้ำจะท่วมโลกเลยหันมาปลูกต้นไม้..เพื่อเป็นการช่วยโลกให้หายร้อนฮ่าๆๆๆๆๆๆแต่อีกหน่อย ตึกนิเทศศาสตร์คงเป็นป่าแน่นอน เพราะประธานโปรแกรมมีนโยบายให้ปลูกต้นไม้...เกือบทุกปีเลย
แต่ก็ดีใช่เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่รู้สึกว่าว่าวันนั้นจะร้อนไปหน่อยผิวขาวๆไปต้องแดดทำให้หลังจากที่ปลูกต้นไม้เสร็จคล้ำๆไปนิด...
ช่วยกันปลูก ช่วยกันลด เพื่ออนาคต ของโลกใบนี้..

10 กันยายน, 2552

ในวันที่ฝนตก..










ฝนตกก็ด่า ฝนแล้งก็แช่ง..คำนี้เราคงเคยได้ยินกันมามากพอสมควร..แต่ฝนตกสำหรับชาวนาแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา...แล้วเราจะบ่นกันทำไม^-^ฝนให้ความชุ่มฉ่ำ ให้ความเย็น และอีกหลายๆอย่าง...










...ท้องฟ้ามืดครึ้มเมฆหมอกออกสีดำๆมันช่างดูน่ากลัว..เหมือนว่าโลกใบนี้จะไม่มีแสงสว่างอีกแล้ว มีเสียงร้องดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าพายุพัดกระโหมทุกๆสิ่งฝุ่นละอองปลิวว่อน สายฟ้าเปล่งประกายแสงดังเปรี้ยงๆเหมือนจะฝ่าลงไปที่ไหนสักแห่งมันช่างดูน่ากลัว..และแล้วสายน้ำแห่งความชุ่มเย็นก็ตกลงมาอย่างหนักเหมือนว่าท้องฟ้ามันเสียใจร้องไห้ออกมา ซึ่งมีทั้งเสียงที่ร้องไห้และน้ำตาที่ไหลตกลงมาช่างดูน่าเศร้าเสียกระไร บรรยากาศรอบๆดูวังเวง เศร้าหมอง หดหู่ ฝนตกลงมาเรื่อยๆไม่ขาดสายจะไปไหนก็ไปไม่ได้ออกไปก็เปียกจะกางร่มลมก็แรง อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนั้งมองดูสายฝนที่ตกลงมาไม่หยุดหย่อนผ่านหน้าต่างมันช่างน่าเศร้าเสียกระไร ยิ่งมองยิ่งคิดไปเรื่อยเปื่อยคนเราเมื่ออยู่คนเดียวมักจะมีความคิดต่างๆมากมายไหลเวียนอยู่ในความทรงจำเก่าๆนึกถึงสิ่งเก่า...ยามฝนตกสิ่งที่เรามองคือสายฝนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่ฝนตกหลายคนคิดว่ามันน่าเบื่อ..(งั้นมั้ง)แต่ช่วงที่ฝนตกนิแหละมันชั่งดูโรแมนติกจริงๆเช่นเดินอยู่กับแฟนกางร่มให้กันเดินชิดกันไป(อยากเป็นเช่นนั้นมั้ง)หรือขณะรอรถอยู่ตรงป้ายรถเมย์ มีคนที่เราแอบชอบมาหลบฝนอยู่ด้วย(ขอให้มีเถอะ)เผลอๆได้พบคนรักใหม่ด้วยหลังจากที่อกหักมาและอีกหลายๆอย่างในวันที่ฝนตก^-^หลังจากที่ดูฝนตกมาตลอดสักพักมันก็หยุดลง..ท้องฟ้าเริ่มสว่างสดใสขึ้นมาอีกครั้งเปิดห้องออกมาข้างนอก มองขึ้นไปบนท้องฟ้าสังเกตไปรอบๆ เจอแล้วสิ่งที่รอคอยหลังจากที่ฝนตก สายรุ้งแสนสวยที่ให้ความสวยงามแก่ท้องฟ้า..เมื่อดูแล้วช่างเป็นภาพที่สดใสเบิกบาน(บอกไม่ถูกเหมือนกัน) ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นมาทีละนิดๆทำให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไป เหมือนชีวิตได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เสียงนกร้องดังจิ๊บๆผู้คนเริ่มออกจากบ้านอีกครั้ง หลังจากที่รอให้ฝนหยุดความวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง และมันจะเป็นเช่นนี้ทุกวัน ฝน.....ฝน...เป็นชื่อแห่งความชุ่มฉ่ำชุ่มชื่น ฝนตกที่ไหนย่อมมีน้ำใช้ที่นั้น ฝนตกที่ไหนย่อมมีรอยยิ้มจากชาวนา ฝนตกที่ไหนชุ่มชื้นที่นั้น ฝนตกที่ไหนขจัดความแห้งแล้งที่นั่น แต่...ฝนในใจชุ่มฉ่ำตลอดเวลา..ฝน...ฝน..^-^



ขอบคุณที่มาของภาพfwmail.teenee.com/strange/1240.html

04 กันยายน, 2552

ในคืนที่พระจันทร์สวยดี


บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไผศาล ในยามค่ำคืนที่ดูเงียบสงัดคงได้ยินแต่เสียงจิ้งหรีดร้องตลอดทั้งคืนมันเป็นนักร้องชั้นเลิศในยามราตรีเสียงของมันกังวานไปทั่วบริเวณดูเหมือนมันจะร้องแข่งกันเพื่อหาคู่(มั้ง)ทำให้ในยามค่ำคืนไม่เงียบจนเกินไป เมื่อแหงนมองดูท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยเจ้าแห่งท้องฟ้าในยามค่ำคืน เปรียบเสมือนมันคือราชามีบริวารคือดาวล้อมรอบมีแสงระยิบระยับ พระจันทร์
กลมๆมีแสงขาวๆออกนวลๆมีเมฆเป็นคลื่นๆบางทีก็บดบังบางทีก็ปล่อยให้พระจันทร์เด่นอยู่ดวงเดียวเมื่อมองดูคราใดก็อยากขึ้นไปอยู่บนพระจันทร์ไปอยู่ในดวงจันทร์แต่คงได้แต่มองเหมือนกับกระต่ายหมายจันทร์ นั้งมองอยู่จนเพลินมีนักร้องแห่งค่ำคืนค่อยขับกล่อมเสียงใสๆของมันให้ฟังแต่พอนั้งไปเรื่อยๆก็เริ่มง่วงล่ะ ไปนอนก่อนล่ะกัน..
ที่มาของรุป www.thaicabincrew.com/webboard/files/img_3039

03 กันยายน, 2552

สวัสดีครับ อ.จ



สวัสดีครับ...ท่านอาจารย์ ดร.เสริมศิริ นิลดำ.


ที่เคารพ...ผมชาติชายครับ